Calendar
 
 

<< August >>

S

M

T

W

T

F

S

27 

28 

29 

30 

31 

10 

11 

12 

13 

14 

15 

16 

17 

18 

19 

20 

21 

22 

23 

24 

25 

26 

27 

28 

29 

30 

31 

<< 2008>>

 
 
Diary Update
 
 
ค่ายรักการอ่าน (น่าจะ) ครั้งที่ 6
สอบเสร็จแว้วววว....
เฮ้ออ
ความสูญเสีย
...ซบไหล่...
สรุปคะแนนสอบคับ
กลับสู่ภาวะปกติ/...ขลุ่ย...
...
สอบๆ - ค่ายๆ
งองแง
ซึง
อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม
Linkin Park Live In Bangkok
6.1...
เฮ้อออ
ง่า...
สรุปผลการสอบ
^-^
เที่ยวๆ
เซ็งนิดๆ / ...เกิดมาเพื่ออะไร?...

 
 
Favourites Diary
 
 
 
 







 
ค่ายรักการอ่าน (น่าจะ) ครั้งที่ 6
 
21 เม.ย. ออกเดินทาง
 
ปลายทางคือ บ้านไม้หอมรีสอร์ท อ.อัมพวา
 
พูดถึงรีสอร์ทก่อนละกันนะ
 
มีลักษณะเป็นบ้านสวนน่ะ
 
มันให้ความรู้สึกเหมือนโฮมสเตย์ มากกว่ารีสอร์ทนะ
 
มีเรือให้พายเล่นด้วย
 
แต่ตอนกลางวันนี่ร้อนเป็นบ้าเลยอ่ะ
 
สุดๆไปเลย
 
อ่อๆ เป็ครั้งแรกที่ได้ทอด ทอดมัน ด้วยแหละ  555+
 
 
มีแต่คนทักว่าผอมลงแฮะ
 
แต่เราว่า เราก็อยู่อย่างงี้มานานแล้วนะ
 
รึเปล่า..?
 
อาจจะเป็นเพราะไม่ได้เจอนานมากกว่า
 
 
กิจกรรมวันแรก ถ้าพล่ามให้ฟังคงยาวแน่ๆ
 
เอาเป็นว่า มันเหมือนค่าย..อืม...ชมธรรมชาติ ซะมากกว่า
 
วันแรก ไม่มีอะไรที่สื่อถึง รักการอ่าน เลย
 
แต่ก็คุ้ม  ได้เห็น หิงห้อย ด้วย
 
ตอนกลางคืน เค้าพาเดินเข้าสวนไป
 
คือ เราไม่คิดว่า สมัยนี้ยังเห็นหิงห้อยได้ง่ายๆแบบนี้อ่ะนะ
 
แค่เดินไป ไม่ไกลเลยจากที่พัก
 
นี่คงเป็นครั้งแรกล่ะนะ ที่ได้เห็นหิงห้อยเยอะๆ ที่ใช้ชีวิตตามธรรมชาติของพวกเค้า
 
 
ช่วงนั้นประทับใจจริงๆ  มีเพียงแสงที่ส่องมาจากธรรมชาติ
 
ไร้แสงมายาจากสิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์
 
หิงห้อย ดวงจันทร์ และดวงดาว
 
เราอยากที่จะได้เห็นแบบนี้มานานแล้วแหละ
 
แม้ว่า จะไม่ใช่แสงดาวที่สวยที่สุดที่เคยเห็น
 
แต่ระยะเวลาที่อยู่เมืองกรุงมานานพอควร
 
ไม่มีโอกาสที่จะแหงนขึ้นมองท้องฟ้า แล้วเห็นดวงดาวแบบนับไม่ถ้วน
 
 
มองไปพราง คิดถึงใครบางคนไปพราง
 
 
ณ ช่วงเวลานั้น ได้มีโอกาสตักตวงความสุขเล็กๆน้อยๆ
 
มาเป็นเชื้อไฟให้กับตัวเอง
 
ช่วงเวลาที่ได้อยู่กับเพื่อนที่เรารัก ไล่จับหิงห้อยเหมือนเด็กๆ
 
ทำให้ยิ้มออกมาได้จริงๆ
 
ยิ้มน้อยๆ แต่เป็นความหมายยิ่งใหญ่ นะ
 
เฮ้อ...เสียดายที่มีแค่ เรา เบ้น ศิตะ
 
ถ้ามากันได้อีกก็คงดี
 
 
ไม่อยากลืมช่วงนั้นเลย
 
ความสุขเล็กน้อยที่หาไม่ได้ง่ายๆ เลยจริงๆ
 
 
จบวันแรก
 
พี่ๆนอนในบ้านพักของรีสอร์ท
 
ส่วนน้องๆ นอนเต้นท์  -*-
 
อ่ะนะ
 
 
วันที่สองก็ไม่มีไรมาก เพราะกว่าเราสามคนจะตื่นกันก็...นะ
 
ช่วงบ่าย ทำฐาน walk rally
 
พี่เลี้ยง 1 คน ต่อ 1 ฐาน  -"-
 
ฐานตูก็น่าเบื่อๆ อ่ะนะ
 
ตอนเย็นมีแสดงละคร
 
ฮาดี เป็นค่ายแรกที่เห็นว่า น้องๆแสดงแบบไม่น่าเบื่อ
 
อาจจะเป็นเพราะมี ม.5 ด้วย
 
เพราะปกติจะมีแต่ ม.ต้นมาเข้าค่าย
 
 
น้องบ่นกันระงมเลย
 
เพราะว่า คืนแรกร้อนจัด นอนไม่ได้เลย
 
ในเต้นท์ร้อนมาก ลมไม่กระดิก
 
ดินที่อมความร้อนมาทั้งวัน ก็คงปล่อยความร้อนออกมาตอนนี้แหละ
 
วันแรกร้อนจริงๆ ร้อนจนกุปวดหัวไปเรย
 
แต่
 
มาคืนที่สอง
 
เย็นได้ใจน้องๆเลย  ฝนเทลงมาเต็มที่
 
เก็บของเข้าที่ร่มกันแบบแทบจะไม่ทัน
 
ไอ้เบ้น ไอ้มด ไอ้ศิตะ
 
เปียกยิ่งกว่าลูกหมาตกน้ำ
 
เพราะช่วยน้องขนย้ายสัมภาระทั้งหลายเข้าที่ร่ม
 
ต้องคอยดูน้องๆ พยายามอย่าให้เปียกมากด้วย
 
เดี๋ยวจะไม่สบายกันทั้งค่าย
 
แล้วพวกเราก็ไม่ได้นอนกันทั้งคืน
 
กว่าปัญหาน้องๆจะหมดก็ตี 3 ได้มั้ง
 
ช่วงนี้ก็เลยคุยกันต่อ จนสว่างเลยอ่ะนะ
 
คงเพราะไม่ค่อยได้มีเวลาได้คุยกันแบบนี้ล่ะมั้ง
 
ต่างคนก็ต่างเรียนกันคนละที่
 
 
สิ่งที่เหมือนกันคือ ต่างคนต่างรู้สึกว่า เพื่อนๆที่ดีที่สุด คือเพื่อนที่เคยทำงานร่วมกันนี่แหละ
 
เพื่อนที่มหา'ลัย มีน้อยคนมาก ที่จะเข้าใจเราได้เหมือนเพื่อนตอนมัธยม
 
ต่างคนต่างเล่าถึงชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย
 
รวมถึงกล่าวถึงอดีตที่พวกเราเคยร่วมกันสร้างมันขึ้นมา
 
ความลับใดๆของตนเอง ที่ไม่ค่อยได้บอกใคร ได้รับการไว้วางใจให้คายออกมาให้ เพื่อน ได้รับฟัง
 
ห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่เปิดแอร์เย็นช่ำ พลันอบอุ่นขึ้นมาทันใด
 
 
ตอนแรกกะไม่นอน รอใส่บาตรตอนเช้า
 
แต่แล้วก็ต้องยอมแพ้ หัวมันหนักเกินไป เลยต้องนอนซะหน่อย
 
ตื่นมาก็หัวตื้อๆนิดหน่อย
 
หน้าตาแต่ละคนก็โทรมไม่แพ้กัน
 
อาจารย์ก็เลยให้ซัดพาราฯ ซะคนละเม็ดก่อน
 
ก็ดีขึ้น
 
 
ค่ายแต่ละค่ายที่ผ่านมา เราจะทำพิธีบายศรีฯ ซึ้งๆให้น้องๆในคืนที่สอง
 
แต่ว่า ค่ายนี้ไม่ใช่ของเราแล้ว ฮ่าๆ
 
แต่ก็มีร้อง "ลอยเทียน" (ขาดไม่ได้)
 
ต่อด้วย "กว่าจะรัก"
 
ให้น้องๆหลับตา จับมือกัน
 
แล้วก็ร้องเพลงให้น้องๆฟัง
 
ไม่ซึ้งไรหรอก แต่น้องๆก็ให้ความร่วมมือดี
 
อย่างน้อยๆ น้องๆก็คงรู้สึกดี สักนิดนึงแหละ
 
แล้วก็กลับบ้าน
 
 
ไม่ค่อยอยากกลับเลยอ่ะ อยู่บ้านน่าเบื่อ ฟุ้งซ่าน
 
ไปโรฯ กันต่อ  มด ศิตะ เบ้น
 
กะเล่นเกม ร้องเกะ
 
แต่ก็ต้องแพ้ความง่วง แค่เดินเข้ามาก็ไม่มีอารมณ์จะทำไรแล้ว
 
อื้ม แต่โชคดีมากเลยอ่ะ เจอ จอม กะ จรินทร์
 
จอมนี่ ไม่เคยได้เจอเลย ปีนึงเต็มๆอ่ะ
 
อืม..แยกย้ายกันกลับ
 
เบ้นไปพร้อมศิตะ
 
ตูรอแม่
 
จริงๆ น่าจะรู้อยู่แล้วนะ ว่าไม่มีทางหรอก ที่5 นาที 10 นาที จะมาถึง
 
ทั้งที่ ศาลากลาง กับ โรฯ อยู่ห่างกันแค่คืบ
 
จะให้คุณไมค์มารับ ท่านก็ไม่ว่าง
 
ก็ต้องรอกันต่อไป
 
ครึ่งชั่วโมงได้มั้ง
 
หงุดหงิดนะ มันเพลียมากอ่ะ แล้วก็ยังไม่ได้กลับบ้านไปนอนซะที
 
เมื่อคืน อ้อ ไม่สิ ไม่ได้นอนตอนกลางคืน
 
นอน แปดโมงได้แหละ  ตื่น เก้าโมงกว่าๆ
 
ก็ น่าจะได้สัก ชม ครึ่ง อ่ะนะ
 
งืมๆ
 
 
งานของโรบินสันก็อด
 
เสียดายตังค์อ่ะ ทำเดือนนึง ก็ประมาณ สี่พันหก ได้อ่ะ
 
เฮ้ออ...จนเรย
 
แต่ค่ายนี้ก็ได้เบี้ยเลี้ยง 500
 
ก็คงใช้ไรมากไม่ได้หรอก
 
เพราะไม่ได้งานของโรฯแล้วนิ
 
ก็ต้องประหยัดกันหน่อย
 
เฮอะๆ
 
 
ง่วงแระ  นอนดีก่า
 
 
 
-------
 
 
 
...อยากตัดใจให้ได้จัง...
 
เธอไม่ได้คิดกับฉัน..อย่างที่ฉันคิดกับเธอใช่มั้ย?
Posted on Thu 24 Apr 2008 21:53


sdgffgx
สม   
Tue 15 Jul 2008 12:06 [3]
 

อ่านแล้วอยากกลับไปทำค่ายอีกจังเลยมด
อยากไปเหนหิ่งห้อยบ้าง ^^
kerojung.diaryclub.com   
Wed 14 May 2008 10:43 [2]

กว่าจะรัก เท่าวันนี้ กว่าจะมีคนมาเข้าใจต้องใช้เวลา ใช่เพียงมองตากันเมื่อไร *-*



luffy.diaryclub.com   
Wed 30 Apr 2008 20:16 [1]



Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง
 
 
 
The best template from http://www.oblog.cn